ประโยชน์ต่อร่างกายของคุณจาก ใยสังเคราะห์ ไฟเบอร์ที่มากขึ้น

ตั้งแต่ปี 1990 นักค้นคว้าทางการแพทย์ได้ศึกษาและทำการค้นพบคุณประโยชน์ที่มาขึ้นเรื่อยๆเมื่อใยอาหารมากขึ้นเป็นอย่างมากในของกินของเรา เส้นใยเป็นสารในพืช ใยสังเคราะห์ ใยอาหารเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นกลุ่มหรือเป็นของกินหยาบคาย มันเป็นส่วนที่กินได้ของผนังเซลล์พืช โดยเหตุนั้นจึงเจอได้ในอาหารพืชได้แก่ผักและก็ผลไม้เมล็ดพืชถั่วแล้วก็เมล็ดพืชรวมทั้งถั่วและพืชเชื้อสายถั่ว

เส้นใย ใยสังเคราะห์ เป็นคาร์โบไฮเดรตแล้วก็มักจะถูกระบุไว้ภายใต้ “Total คาร์โบไฮเดรต” บนฉลาก ข้อมูลโภชนาการ” มนุษย์ขาดเอนไซม์ย่อยของกินไปยังเส้นใยที่สลายตัว ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยผิดย่อยและไม่ซึมซับเข้าสู่กระแสโลหิตรวมทั้งจะมาถึงลำไส้ใหญ่โดยบริบูรณ์ ไฟเบอร์มีศูนย์แคลอรี่ แทนที่จะถูกใช้เป็นพลังงานจะถูกขับออกจากร่างกาย


จำนวนที่เสนอแนะในทุกวันสำหรับผู้ใหญ่ที่อายุ 50 ปีหรือน้อยกว่าคือ 25 กรัม วันสำหรับผู้หญิงแล้วก็ 38 กรัม วันสำหรับเพศชายสำหรับผู้ใหญ่ที่แก่มากกว่า 50 ปีข้อเสนอแนะเป็น 21 กรัม วันสำหรับผู้หญิงรวมทั้ง 30 กรัม วันสำหรับผู้ชาย น่าเสียดายสำหรับคนที่ ใยสังเคราะห์ รับประทานอาหารอเมริกันทั่วไปมันเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับการรับประทานไฟเบอร์มากทุกวี่วัน คนโดยมากใช้เวลาเฉลี่ย15 กรัมต่อวันโดยไม่คำนึงถึงจำนวนแคลอรี่ที่กิน


บางทีถ้าเกิดเราเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับไฟเบอร์ชนิดต่างๆรวมทั้งวิธีที่พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมอย่างมากต่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นและก็ความเสี่ยงของโรคที่ลดน้อยลงจะมีสิ่งจูงใจ ใยสังเคราะห์ เยอะขึ้นเรื่อยๆในการเพิ่มปริมาณเส้นใยในทุกวัน ไฟเบอร์เป็นสาระสำคัญของของกินที่สมดุลแล้วก็มีสุขภาพดี นอกจากช่วยทำให้เราอยู่เป็นประจำแล้วเส้นใยยังมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นอีกมากมาย ตั้งแต่นี้ต่อไปจะแยกประเภทความต่างของชนิดของเส้นใยความเป็นต่อด้านของสุขภาพเฉพาะของพวกเขารวมทั้งของกินที่มีไฟเบอร์พวกนี้


การจำแนกประเภทของ ใยสังเคราะห์ เส้นใย

มีหลายวิธีสำหรับการจัดชนิดและประเภทของเส้นใยที่แตกต่าง อย่างไรก็แล้วแต่เหตุเพราะคุณสมบัติของพวกเขาทับซ้อนกันผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ใยสังเคราะห์ ก็เลยยังไม่เห็นพ้องกับการจัดหมวดหมู่ที่ดีเยี่ยมที่สุด เป็นเวลาหลายทศวรรษการจัดแบ่งกลุ่มที่ใช้กันสูงที่สุดคือเส้นใยที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ทุกวันนี้ในเวลาที่นักค้นคว้าศึกษาและทำการค้นพบคุณประโยชน์ของเส้นใยหมักก็มีการใช้การแยกประเภทอื่นๆยกตัวอย่างเช่นเส้นใยที่หมักได้และไม่สามารถหมักได้ อย่างไรก็ดีรู้ดีว่าเส้นใยที่ละลายได้และไม่ละลายนั้นมีบางสิ่งที่สามารถหมักได้รวมทั้งบางสิ่งที่ไม่สามารถหมักได้ถึงแม้ว่าเส้นใยที่ละลายน้ำได้จะถูกหมักได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่า


เส้นใยที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ

ไม่เหมือนกันที่สำคัญระหว่างเส้นใยที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำเป็นพวกมันมีคุณลักษณะที่ ใยสังเคราะห์ แตกต่างเมื่อผสมกับน้ำด้วยเหตุผลดังกล่าวการกำหนดระหว่างทั้งสอง

เส้นใยที่ละลายน้ำสามารถละลายได้ในน้ำ เมื่อผสมกับน้ำจะเกิดเจลแล้วก็ฟู
เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะไม่ดูดซึมหรือละลายในน้ำ มันผ่านระบบที่ทำหน้าที่ในการย่อยอาหารใกล้เคียงกับแบบอย่างดั้งเดิม
เส้นใยทั้งสองประเภทนั้นมีวัตถุประสงค์เฉพาะรวมทั้งมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่ต่างกัน อาหารพืชส่วนใหญ่มีอีกทั้งเส้นใยที่ละลายน้ำและไม่ละลายในรูปทรงที่แตกต่างกัน ดังเช่นข้าวสาลีมีเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำประมาณ 90% ข้าวโอ๊ต 50/50 พืช Psyllium ส่วนใหญ่เป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้